แสงสุดท้าย...

posted on 04 Oct 2012 13:56 by mhanoiz
 
 
" โปรดสอนฉันให้รู้ถึงความตาย . .
โปรดให้ฉันทั้งหมดในสิ่งที่ท่านสามารถให้ฉันได้ . .
ถ้าท่านสอนฉันเกี่ยวกับความตาย . .
ฉันจะสอนท่านถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ "
  - ผู้ป่วยระยะสุดท้ายนิรนาม -
 
-------------------------------------------------------------------------
 
 
อีกหนึ่งวันที่เสียน้ำตาให้คนไข้ของตัวเอง 
แม้ไม่ได้มีความผูกพันธ์ระหว่างการรักษาใดใด 
 
เราเจอกันได้เพียงสามวัน หลังจากที่ฉันย้ายมาจากหอผู้ป่วยตึกอื่น 
คุณลุงมาด้วยอาการเหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจลำบาก มีไข้ 
ตรวจร่างกายคลำได้ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัว 
สงสัยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง รอไปตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา 
ฉันไม่เคยได้เข้าไปคุยกับคุณลุงเลย เพราะผู้ป่วยล้นวอร์ดมาก 
ได้แต่ถามไถ่อาการ ฟังปอดไปวันๆ 
 
เย็นวันหนึ่ง ขณะทีมแพทย์กำลังราวน์เย็น 
คุณลุงพยายามพูดคุยกับหมอของตัวเอง ถามนู่นนี่นั่น 
อาจารย์แพทย์ก็ตอบตามที่ถาม แต่ฉันกลับรู้สึกสัมผัสได้กับบางอย่าง 
แต่บอกไม่ถูกว่าอะไร 
 
คืนนั้น ฉันอยู่เวร ราวสี่ทุ่ม ถูกตามตัวจากพี่พี่พยาบาล 
ว่าคุณลุงหายใจเหนื่อยมาก พูดไม่เป็นคำ ออกซิเจนในเลือดเริ่มลดลงต่ำกว่า 80% 
แม้จะได้ออกซิเจนผ่านสายจมูกช่วย (ค่าออกซิเจนในเลือดของคนปกติที่อากาศธรรมดา = >95%)
เป็นข้อบ่งชี้ของการใส่ท่อช่วยหายใจ 
ขณะนั้นคุณลุงก็ยังพยายามจะพูดคุยกับฉัน 
อยากนอนหนุุนหมอน บอกให้หยิบหมอนให้ และก็พยายามบอกว่าตัวเองยังไหว 
แม้จะเปลี่ยนให้เป็นดมออกซิเจนที่สูงขึ้นผ่านหน้ากากช่วย ออกซิเจนที่วัดจากปลายนิ้วก็ยังไม่ขยับ 
ฉันเลยบอกคุณลุงว่า เราต้องใส่ท่อช่วยหายใจแล้วนะคะ คุณลุงดูเหนื่อยมากเกินไป 
 
ลุงบอกฉันว่า ไม่ต้องใส่ๆ ยังไหว ถึงเช้าก็ยังไหว 
 
แต่สภาพร่างกายไม่ไปด้วยกันกับสิ่งที่คุณลุงบอกฉันเลย 
เมื่อเห็นว่า ลุงคงไม่ไหวแน่แล้ว จึงเตรียมใส่ท่อหายใจทางปากให้ 
คุณลุงยอมอย่างว่าง่าย เพราะก็คงรู้ตัวเหมือนกันว่า มันเหนื่อยเกินไป... 
 
หลังใส่ท่อช่วยหายใจ คุณลุงดูเหนื่อยน้อยลง แต่ก็ยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง 
เราตัดสินใจย้ายคุณลุงลงไปหอผู้่ป่วยวิกฤต (ICU) ในวันถัดไป
 
เพราะฉันมีงานยุ่งมากตลอดสาม สี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บนหอผู้ป่วยที่ประจำอยู่ 
จึงไม่ได้ติดตามลงไปดูที่ ICU แต่คิดว่าคุณลุงคงปลอดภัย เพราะมีคนดูแลใกล้ชิดกว่า 
 
สองวันถัดมา.. ขณะที่ออกตรวจผู้่ป่วยนอกกับอาจารย์และเพื่อนๆ 
เพื่อนฉันที่ดูแลคนไข้ ICU กระซิบบอกฉันว่า คุณลุงต่อมน้ำเหลืองโตคนนั้นเสียแล้วนะ เมื่อเช้านี้ 
.
.
.
.
.
ช็อค นิ่ง เงียบ และ น้ำตาไหล 
 
รู้ว่าไม่ควรเป็นแบบนี้ พวกเราถูกสอนมาว่าให้เข้าใจและเห็นอกเห็นใจคนไข้ (Empathy) 
แต่อย่ามีอารมณ์ร่วมจนคิดว่าเป็นเรื่องที่เกิดกับตัวเอง (Sympathy) 
แต่ไม่รู้ทำไม น้ำตาไหลเงียบๆ เสียใจ บอกไม่ถูกว่าเพราะอะไร
 
 
คุณลุงน่ารักจนกระทั่งนาทีสุดท้าย 
คุณลุงเป็นนักสู้ บอกว่าตัวเองยังไหว ทั้งๆที่ไม่ไหว 
 
แล้วคนที่เหลือจะเป็นยังไงต่อไป เมื่อคุณลุงกลับไปยังที่ที่จากมานานแล้ว 
หวังว่าเวลาคงเยียวยาให้ทุกอย่างดีขึ้น 
 
คุณลุงสอนให้ฉันรู้จักคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ 
สอนให้ฉันสู้กับปัญหาที่ผ่านเข้ามา 
แม้จะดูว่าเหนื่อยเกินไป แต่ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าเราไม่ท้อ และยังเชื่อมั่นในตัวเอง 
 
คุณลุงเป็นครูที่ดีอีกคนนึงในชีวิตหมอเลยค่ะ 
ขอบคุณ คุณลุงอีกครั้ง 
 ไม่เจ็บ ไม่ปวดอีกต่อไปแล้ว...
 
เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ คนเก่งของหมอ :))) 
 
--------------------------------------------------------------------------
 
- end of LIFE but not end of LIGHT* -
 

Comment

Comment:

Tweet

@mayoiitingweii  
อ่านคอมเม้นท์แล้วยิ้มแก้มปริเลยค่ะ confused smile
ขอบคุณนะคะ
ขอโทษที่ตอบช้าค่ะ เพิ่งมีเวลาอัพเดทค่า 
big smile
บางคนอาจคิดว่าชีวิตหมอๆอาจดูไม่มีอะไร
แล้วแต่มุมมองคนค่ะ
งานมันหนัก มันเครียดค่ะ แต่มองให้ดีมันมีความอบอุ่น น่ารัก และความสุขแฝงอยู่
คงเป็นเหมือนกันทุกสายงานนะคะ คิดว่า confused smile
ขอบคุณสำหรับการติดตามและคำชมจนเคลิ้มแบบนี้ค่าาา

#2 By *littlebigthings:) on 2012-11-22 20:41

แค่อ่านเฉยๆยังรู้สึกอยากร้องไห้เลยค่ะหมอ ,,
ไปตามอ่านเอนทรีเก่าๆของคุณหมอมา และก็อดไม่ได้ที่จะกดหัวใจบวกข้างๆกอไฟ sad smile

มีพี่เป้นหมอสองคนแต่ไม่เคยคุยเรื่องคนไข้ของพี่สาวทั้งสองเลย
จนต่างคนต่างโตมีหน้าที่ของตัวเอง
แล้ววันนี้ก็เห็นเอนทรีนี้ของคุณหมอคนสวยพอดี มันเหมือนความรู้สึกเก่าๆย้อนมาเลยค่ะ
big smile
ช่วงก่อนที่พี่สาวจะเอนทรานส์ ช่วงที่เครียดรอผล ช่วงที่รู้ว่าติด ช่วงที่เรียน ช่วงที่รับปริญญา ช่วงที่ไม่กลับบ้านต้องเข้าเวร

รู้สึกโลกหมุนเร็วมากเลยค่ะ จนบางทีเราตามมันไม่ทัน ;D

ขอบคุณแทนคนไข้นะคะที่มีคุณหมอดีๆแบบคุณหมออยู่
โลกหมุนเร็วก็จริง แต่โลกเราน่าอยู่กว่าเดิมเยอะเลย~ surprised smile surprised smile

#1 By Mayoiitingweii on 2012-10-04 22:46