มากกว่าคำว่า ผู้ป่วย

posted on 05 Jul 2012 23:18 by mhanoiz directory Diary
==========================
เพราะคนเรา 
- เลือกเกิดไม่ได้ -
==========================
 
๑.
หลังจากที่ห่างหายไปนาน เนื่องจากภารกิจสอบและวุ่นกับการเปิดเทอมใหม่ 
หลายคนในรุ่นเดียวกัน เริ่มทะยอยจบและทำงานกันบ้างแล้ว 
ดูเพื่อนๆจะตื่นเต้นกับการเริ่มการทำงานและมีรายได้ที่มาจากน้ำพักน้ำแรง 
เห็นแล้วก็ดีใจไปกับเพื่อนเพื่อนด้วย ที่โตไปอีกก้าวหนึ่ง :)
 
สำหรับฉันก็ยังคงต้องก้าวเดินบนเส้นทางนิสิตแพทย์ต่อไป 
ปี ๕ แล้ว โตขึ้นมาอีกหนึ่งขั้น
ความคาดหวังจากทุกสังคม ครอบครัว รวมถึงตัวเองย่อมเพิ่มตาม 
อีกหนึ่งปีฉันจะต้องเป็นหมอแล้วนะ ตอนนี้ฉันควรทำอะไรได้บ้าง 
เพื่อนเริ่มโทรมาปรึกษาปัญหาอาการเจ็บป่วยทั้งของตัวเองและญาติ บางครั้งให้เบอร์แม่โทรมาคุยเลยก็มี O.o
เพื่อนเพื่อนเภสัชที่ฝึกงานเริ่มโทรมา consult case ถาม management และการเลือกใช้ยา
ทุกครั้งที่ตอบคำถามพวกเขาเหล่านั้นได้ ความรู้สึกดีกับตัวเองจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ 
ฉันเริ่มทำได้แล้วนะ ไม่เห็นน่ากลัวอย่างที่นึกไว้ 
ก็สนุกดีเหมือนกัน กับการเรียนรู้กลไกความเป็นไปของมนุษย์รวมถึงการซ่อมแซม 
 
๒.
การเรียนหลักปีนี้ เน้นไปที่การรักษามากขึ้นกว่าเดิม ต่างจากปี ๔ เยอะเหมือนกัน 
จากที่เคยได้สัมผัสแต่ผู้ป่วยที่นอนในหอผู้ป่วยอย่างเดียว 
ก็เริ่มมาเรียนรู้ผู้ป่วยแรกรับที่เดินมาหาเราด้วยโรคต่างๆ และไม่ได้เดินมาเอง(มูลนิธินำส่ง) 
เห็นภาพในห้องฉุกเฉินบ่อยจนชินตา จากที่เคยกลัวแผลสด เหวอะหวะ ก็เริ่มชิน
และตั้งหน้าตั้งตาเย็บแผลให้เลือดหยุดไหลเร็วที่สุดมากกว่าการมานั่งกลัว ไม่อยากเชื่อตัวเอง :P
อันที่จริง คนเรานี่มีอะไรไม่คาดคิดเกิดได้ทุกวัน ทุกเวลา ทุกวินาทีจริงๆ 
และอุบัติเหตุก็เกิดบ่อยเกินไปนะ ฉันว่า...
 
เริ่มเห็นคนไข้ที่หลากหลายมากขึ้น และเขาก็สอนฉันได้หลายเรื่องเช่นกัน 

- เด็กบางคนเกิดมาโชคไม่ดี มีเท้าปุ้มตั้งแต่เกิด
ก็ต้องจับมาใส่เฝือกดัดเท้าให้เหมือนปกติมากที่สุด
คิดดูความทรมานของทั้งตัวเด็กและหัวอกพ่อแม่
ลูกตัวจิ๊ดริ๊ดต้องมาใส่เฝือกแข็งๆ กระดิกเท้าก็ลำบาก
นานตั้งสามสี่เดือนแล้วกว่าจะหาย ค่อนข้างใช้เวลา... -
 
นี่ฉันโชคดีแค่ไหนกัน 
 
- บางคนไม่มีญาติ คนข้างบ้านใจดีนำมาพบแพทย์ด้วยก้อนมะเร็งที่ขาที่คิดว่าน่าจะมีการลามเข้ากระดูกไปแล้ว
ด้วยความที่นึกว่าแค่พามาคงจบ แต่ไม่แค่นั้น
เมื่อโรงพยาบาลเราไม่สามารถทำในส่วนตรงนี้ได้ ต้องมีการส่งต่อไปยังศูนย์เฉพาะทางที่ไกลและต้องเดินเรื่องเพิ่ม
คนข้างบ้านเริ่มโวยวายหมอ คุณลุงคนนั้น รวมถึงคนไข้ที่นั่งอยู่ใกล้เคียง เพราะความเข้าใจผิด
เดือดร้อนหมอต้องมาไกล่เกลี่ยและพูดอธิบายให้เข้าใจ
ฉันสงสารคุณลุงจับใจ ไม่รู้ว่าหลังจากนั้น ท่านจะได้รับการรักษาต่ออย่างไร
ถ้าคนข้างบ้านนั้นไม่สนใจแกอีกแล้ว... -
 
บางทีสังคมก็โหดร้ายกับคนดีดีที่ไม่มีทางเลือกมากเกินไปนะ 

- บางครั้งอาการเจ็บป่วยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการยิ้ม
คนไข้ฉันคนหนึ่งมาด้วยอุบัติเหตุตกลงไปในถังโม่ปูน
ลำตัวท่อนล่างถูกกระแทกด้วยแรงบิดจนได้รับบาดเจ็บ
กระดูกสันหลังมีปัญหาทำให้เส้นประสาทเป็นอัมพาต เดินไม่ได้ ไปทำงานไม่ได้
อยู่ในระหว่างทำกายภาพบำบัด หัดนั่ง หัดยืน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะกลับมาเดินได้เหมือนอย่างเคยหรือไม่
เธอตอบคำถามฉันด้วยรอยยิ้มตลอด ไม่มีอารมณ์เหวี่ยงให้เห็น
ฉันถามเธอว่าไม่เครียด หรือกดดันเลยหรือคะ ที่ขยับขาเองก็ไม่ได้ ต้องนั่ง นอนบนเตียงตลอด
สีหน้าเธอสดชื่นมาก และตอบมาว่า ไม่หรอกค่ะ เครียดไปก็ทำอะไรไม่ได้ ทำทุกวันให้ดีที่สุดดีกว่า 
ทำเอาฉันอึ้งไปกับคำตอบ... - 

ฉัน แค่บางวัน เรียนเหนื่อย เลิกเย็น ต้องอยู่เวร ทั้งๆที่งานค้างไว้ก็เยอะ เพื่อนร่วมงานไม่ได้ดังใจ
ก็หงุดหงิด พาล เหวี่ยง ทั้งๆที่ปัญหาของฉันมันเทียบไม่ได้เลยกับคนไข้ของฉันรายนี้
ฉันแอบละอายใจอยู่ลึกๆ ///,_,////

- บางครอบครัวก็อบอุ่นน่ารักจนแอบอิจฉา คนไข้เด็ก ๓ ขวบของฉันมาด้วย จักรยานล้มแขนหัก มาโรงพยาบาล
 มีคุณยาย คุณตา คุณพ่อ คุณแม่ตามมาเฝ้ากันหมดในห้องฉุกเฉิน ดูท่าทางแล้วพื้นฐานครอบครัวคงดีมาก
ขณะที่ฉันนั่งลง ถามอาการและตรวจร่างกายน้อง น้องไม่ร้องไห้ซักแอะ มีแค่สีหน้าเจ็บแขน ขยับศอกไม่ได้
คุณแม่น้องนั่งลงข้างๆรถเข็น ตอบคำถามของฉัน พลางลูบหัวลูกและ ...น้ำตาไหล
คงด้วยความสงสารและอยากเจ็บแทนลูก 
ฉันเห็นแล้วก็ซึ้ง
เป็นครอบครัวที่น่ารักมากครอบครัวหนึ่งที่ฉันสัมผัสได้ตลอดเวลาการดูแลน้องตั้งแต่หลังผ่าตัดจนกลับบ้าน... -
 
ฉันฝันที่จะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นในแบบของฉันบ้าง

- ได้ดูแลคนไข้สูงอายุหลายคน มาด้วยหลากหลายรูปแบบและโรคประจำตัวที่หลากหลายและเรื้อรัง
บางคนข้อเสื่อม ต้องมาผ่าตัดเปลี่ยนใส่ข้อเทียม ซึ่งแน่นอนไม่ดีไปกว่าของจริงแน่ๆ
บางคนเป็นแผลเบาหวานเรื่อรัง รักษาไม่หายและลุกลาม ต้องตัดนิ้วเท้าทิ้งอาทิตย์ละนิ้วๆ
บางคนถึงกับต้องตัดขาเลยทีเดียว
ฉันเคยเข้าช่วยผ่าตัดขาผู้ป่วยรายหนึ่ง เป็นการผ่าตัดที่ต้องใจเด็ดมาก
ท่อนขาถูกตัดออกมาและเก็บใส่ถุงเตรียมนำไปจัดการต่อ นั่นท่อนขาคนนะ!!
ฉันเป็นคนผ่ายังใจหาย แล้วคนไข้ล่ะ???
แต่มันก็อาจดีกว่าที่จะเก็บไว้ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อ รักษาเรื้อรัง
และอาจส่งผลรุนแรงตามมาภายหลังก็ได้... -
 
มองโลกในแง่ดี :)))

อยู่ทำงานมาเรื่อยๆ ก็เริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่อยากแก่ตัวไปแล้วมีโรครุมเร้าอย่างนี้เลย ดูทรมาน
ต้องมาโรงพยาบาลบ่อยๆ กินยาเยอะๆ
 
ทุกวันเลยตั้งหน้าตั้งตาวิ่ง กินของมีประโยชน์ ไม่ปล่อยให้อ้วนด้วย กลัว ๕๕
 
และ
.
.

- สิ่งที่รู้สึกดีมากที่สุดคงจะเป็นการที่คนไข้บางคนจำเราได้มากกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอกันนานแล้วก็ตาม
คุณลุงที่ฉันเคยดูแลแกตอนมานอนโรงพยาบาลด้วยเรื่องน้ำตาลต่ำและหมดสติ
ตั้งแต่ฉันขึ้นปี๔ ใหม่ๆ นับๆแล้วก็เกือบปี
คุณลุงเป็นคนตลก น่ารัก อารมณ์ดีตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนวันที่ฉันส่งเขากลับบ้าน... 
 
ประมาณสามอาทิตย์ก่อน...
ฉันอยู่เวรห้องฉุกเฉิน เห็นลุงแกก็คุ้นๆ รู้สึกว่าจะใช่ ลูกชายแกจำเราได้ เลยถามพ่อว่าจำได้มั้ยใคร
 
----- ลุงเงยหน้ามองและเรียกชื่อฉัน... -----
โอ้โห.....ทึ่ง และเป็นความรู้สึกดีมากมาก

เราไม่ได้สั่งยารักษาคุณลุงเลยตอนนั้น แค่ไปพูดคุย ถามอาการทุกเช้า ประมาณ ๕ วัน
แล้วเขาจำเราได้ เห้ย ดีใจอะ แต่แกก็ยังคงจีบฉันให้ลูกชายเหมือนเคย ๕๕ ตลกดี 
 
นี่แหละค่ะ ความสุขเล็กๆ น้อยๆของฉัน
ที่พยายามมองงานที่เครียดทุกวันตรงหน้า ให้เป็นประสบการณ์ที่สอนเรา
ให้เรารู้สึกและมองคนที่เดินเข้ามาหาเรา " มากกว่าคำว่า ผู้ป่วย "
 
 
==============================
 
ฉันอาจไม่ใช่หมอที่เก่งที่สุด...
แต่ฉันจะพยายามเป็นหมอที่เข้าใจคนไข้ให้มากที่สุด : ))

=================================
 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By PIYA :) on 2012-08-02 16:18

Hot! Hot! Hot!
เป็นคนป่วย และเข้าใจอารมณ์ของคนป่วยดี...
และรู้สึกว่าโชคดีแค่ไหนที่ได้เจอแต่หมอดีๆ :)

#1 By Kanya on 2012-07-07 17:57