สุขโดยสังเกต

posted on 13 Jan 2012 23:16 by mhanoiz
.ความสุขโดยสังเกต. 
ขอยืมชื่อหนังสือพี่นิ้วกลมมาตั้ง เพราะบางอย่างต้องสังเกตจริงๆถึงจะเห็นความสุข : )
 
-------------------------------------------------------------------
 
1
ไม่รู้จะเอาเรื่องอะไรมาเขียน วันๆอยู่แต่ในโรงพยาบาล 
บางทีก็รู้สึกอึดอัดนะ ทำไมต้องมาทำงานทุกวัน ทั้งๆที่ยังเรียนอยู่ 
ก็ควรจะมีวันหยุดแบบคนอื่นเขาบ้างนะ
แต่การไปทำงานในแต่ละวัน นอกจากจะได้ความรู้และประสบการณ์กลับมาแล้ว 
ยังได้กำไรดีดีเติมสีสันลงในกล่องใส่ความสุขของชีวิตอีกด้วย 
 
2
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันธรรมดา ใช้ชีวิตปกติเหมือนทุกวัน 
ตกบ่ายมีกิจกรรมเรียนรู้ข้างเตียงจากผู้ป่วยจริง 
เป็นผู้ป่วยชายวัยกลางคน มาด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือดสด 
สรุปคือ เป็นเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น สาเหตุมาจากการดื่มสุราเรื้อรัง 
นี่เป็นการเข้ารักษาในโรงพยาบาลเป็นครั้งที่สองของเขาด้วยเรื่องเดิม 
อาจารย์ของเรารู้สึกโกรธบ้างนิดหน่อย ตามประสาหมอ 
พอนึกออกมั้ยคะ ... เราหวังดีกับคนไข้ของเราทุกคน 
พยายามบอกสาเหตุและทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรคที่เขาเป็นอยู่ 
โดยหวังที่ลดอัตราการเกิดซ้ำ หรือภาวะแทรกซ้อนที่จะตามมาภายหลัง 
แต่สุดท้าย ล้มเหลวเพราะผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือ
 
อาจารย์ถามเขาว่า คราวที่แล้วหมอบอกมั้ยว่าต้องปรับพฤติกรรมยังไง 
คนเราไม่ได้โชคดีอย่างนี้ทุกครั้งนะ ทรัพยากรเรามีจำกัด 
บางครั้งคนที่สมควรผ่าตัดรักษา ต้องถูกเลื่อนออกไป เพราะเลือดไม่พอ 
โดยที่ต้องเอามารักษาในโรคที่คุณเป็น บลาๆๆ 
คนไข้หน้าเจื่อน :\
พวกเรานิสิตแพทย์ได้แต่ยืนอึ้ง!!
 
3
ฉันเข้าใจความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายนะ 
ในฐานะหมอ .. เราหวังดีกับคนไข้ทุกคน การนอนรพ.ไม่ใช่เรื่องน่าสนุก อะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ 
ในฐานะคนไข้ .. ถ้าเราไม่เป็นเขา เราจะไม่มีทางเข้าใจเลยว่า เขามีเหตุผลอะไรที่ต้องกลับไปดื่มเหล้า 
บางคนก็เข็ด ต้องให้เจอกับตัวเองก่อน ถึงจะสาบานว่าต่อไปนี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหล้าอีก 
เพราะครั้งนี้แทบเอาตัวไม่รอด 
ก็แปลกดี ... กว่า 60% ของผู้ป่วยชายในโรงพยาบาลล้วนเป็นโรคที่ทำตัวเองทั้งสิ้น 
แล้วจะให้สงสารใคร? 
 
4
อีกเคส เป็นครอบครัวเล็กๆ นอนอยู่ตรงท้ายวอร์ดที่ฉันเดินผ่านทุกวัน 
เพราะฉันไม่ใช่เจ้าของไข้ จึงไม่รู้รายละเอียดมากนัก
วันนี้เป็นวันที่ต้องแจ้งข่าวร้ายของการตรวจชิ้นเนื้อ 
หลังจากที่รับรู้ว่าตนเอง หรือ ปะป๊าของลูกๆ เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ 
วินาทีนั้น ฉันนึกในใจ จะได้ร้องไห้ตามคนไข้อีกมั้ยเนี่ย อยู่มาเป็นปีแล้วก้ยังไม่ชิน 55 
แต่ตรงกันข้าม ครอบครัวนี้อารมณ์ดีเกินคาด ยิ้มรับและเข้าใจกับตัวโรคเป็นอย่างดี 
เราอนุญาตให้คนไข้กลับบ้านได้ และนัดมาพูดคุยติดตามการรักษาภายหลัง 
 
ดูพ่อลูกจะดีใจมาก กอด-ยิ้ม-หอมแก้ม และรีบโทรบอกคนเป็นแม่ทันทีว่าป๊าของพวกเราได้กลับบ้านแล้ว 
ทุกคนดูตื่นเต้นมาก
ขณะที่พี่หมอของฉันกำลังราวน์เตียงถัดไป ฉันแทบไม่ได้สนใจฟัง 
เพราะมัวแต่แอบมองครอบครัวนี้ด้วยรอยยิ้ม อะไรจะดีใจขนาดนั้น ไม่ตกใจเลยหรอ? 
อีกไม่ถึงห้านาที คนเป็นแม่เดินเข้ามา พอเห็นหน้าป๊า ก็พุ่งเข้าจุ๊บพุงป๊าหนึ่งที o.O
ฉันยืนขำอยู่ใกล้ๆ จนลูกสาวบอกว่า แม่..น้อยๆนิดนึง หมอยืนมองอยู่ 
ฉันยืนส่งยิ้มให้ด้วยความสุข >/////<
 
และผู้ป่วยอีกหลายคนที่ดูจะอารมณ์ดี มองโลกในแง่บวกตลอด 
ทั้งๆที่อาการป่วยไม่ไปด้วยกันกับอารมณ์ที่เป็น 
ดูเรื่องทุกข์ของฉันเป็นเรื่องจิ๊ดริ๊ดไปเลย ถ้าเทียบกัน 
มันเป็นความสุขที่น้อยคนจะมองเห็น
 
พวกเราถูกฝึกให้มีความอดทนสูง อยู่กับความเป็น-ความตายจนชินชา
เพื่อนฉันบางคนก็เฉยๆตอนฉันชี้ให้ดู อืม..แล้วยังไง?
พี่หมอก็งานยุ่งเกินกว่าจะมานั่งสังเกตเรื่องแบบนี้ 
แต่ฉันคิดว่า การที่เขาเดินเข้ามาหาเราด้วยความทุกข์จากอาการที่เป็น 
สิ่งที่พวกเขาหวังกลับไป คือ ความสุขในแบบเดิมที่เขาเคยเป็น 
 
เคยมีอาจารย์บางท่านสอนพวกเราไว้ว่า 
 
"เราอยากได้หมอแบบไหนมารักษา 
เราก็จงเป็นหมอแบบนั้น เช่นเดียวกัน" 
 
 
นี่แหละมั้ง กำไรที่ได้จากการเสียสละ : )
 
so Gooooooooood

Comment

Comment:

Tweet

สุขที่ได้อ่านเช่นกัน >< Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#4 By PIYA :) on 2012-01-14 12:41

"สุขที่ได้อ่าน"Hot!

#3 By ฺBANK500 on 2012-01-14 00:17

Hot!

ใช่แล้วค่ะ คนที่ไปหาหมอ ไม่ได้หวังอะไรไปมากกว่าการมีชีวิยอย่างที่เคยเป็น/เราก็เป็นหนึ่งในคนไข้พวกนั้น

#2 By Kanya on 2012-01-14 00:14

แวะมาเยี่ยมครั้งแรกครับsad smile

#1 By Live a Live on 2012-01-14 00:03